• Home
  • About Us
  • PROGRAM TOUR OF THE MONTH
  • HITS PROGRAM TOUR
  • OVERSEA EDUCATION
  • GALLERY
  • Contact us
Menu
Korea
Japan
HONGKONG MACAU
CHINA TAIWAN TIBET
SINGAPORE MALEYSIA BALI
LOAS MYANMAR COMBODIA VIETNAM
INDIA NEPAL SRILAKKA BHUTAN
EGYPT DUBAI JORDAN
AUSTRALIA NEW ZEALAND
USA CANADA
RUSSIA TURKEY
EUROPE
ENGLAND
25 มีนาคม 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
  LOAS, MYANMAR, COMBODIA, VIETNAM
[ +zoom ]
ย่างกุ้ง พุกาม มัณฑเลย์ อินเล 5 วัน 4 คืน
Print
รหัสสินค้า : JIE_0029-2
ราคา : 39,900.00 บาท
ราคาพิเศษ : 38,900.00 บาท
[20 มิถุนายน 2556 11:06 น.] (จำนวนผู้เข้าชม 2867)

บินโดยสายการบิน Bangkok Airways (PG)
เมนูพิเศษ : เป็ดปักกิ่ง+กุ้งมังกร+อาหารพื้นเมืองบากัน +โชว์หุ่นกระบอก
ล่องเรือแม่น้ำอิรวดี / นั่งรถม้าชมทะเลเจดีย์

จำนวน    ชิ้น สั่งซื้อสินค้า

กำหนดการเดินทาง 2013
10 – 14 ส.ค. / 14 – 18 ก.ย.
12 – 16 ต.ค. / 23 – 27 ต.ค.
09 – 13 พ.ย. / 23 – 27 พ.ย.
05 – 09 ธ.ค. / 07 – 11 ธ.ค.
29 ธ.ค. – 02 ม.ค.

วันแรก       กรุงเทพฯ ย่างกุ้ง พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี เจดีย์โบดาทาวน์ รูปปั้นเทพทันใจ สก๊อตมาร์เก็ต
                 พระมหาเจดีย์ชเวดากอง                                                                                                                                          -/L/D                                                                                                                   

04.30  น.

คณะทัวร์พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 สายการบิน Bangkok Airways  เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

09.05 น.

ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง สายการบิน Bangkok Airways  เที่ยวบินที่  PG 701

09.55 น.

เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งมาทางตะวันตกเฉียงเหนือ 19 กิโลเมตร หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าตัวเมืองย่างกุ้งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวย่างกุ้งยามค่ำคืนตลอดสองข้างทางที่เดินทางเข้าตัวเมือง (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เมืองย่างกุ้ง นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่ามีความยาวถึง 70 เมตรแต่เก่าแก่เพียงไม่กี่สิบปีและมีขนาดใหญ่กว่าพระพุทธไสยาสน์ ชเวตาเลียวมีขนตาที่งดงามและดวงตาที่สง่างาม ซึ่งได้ให้ช่างที่ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในพม่าสร้างดวงตาขึ้นพระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย อย่างไรก็ดี วัดแห่งนี้จัดเป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาตำรับตำราทางพระพุทธศาสนามีพระภิกษุจำพรรษาอยู่มากถึง 600 รูป
นำทุกท่านนมัสการ  เจดีย์โบดาทาวน์ (เจดีย์โปตาทอง) ซึ่งเป็นสถานที่ศักสิทธิ์ ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่าพระเจ้าโอกาละปะทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ 1000 นาย ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชาก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์
ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ ข้างในองค์เจดีย์ท่านจะได้ชมสิ่งของสมัยโบราณ อาทิเช่น พระพุทธรูปทองคำ เงิน ดินเผา ซึ่งจัดแสดงไว้ให้ชมภายในองค์เจดีย์ (สถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง)  นำทุกท่านสักการะ รูปปั้นเทพทันใจ ( นัตโบโบยี ) ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนาทันที มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขอพรแล้วสมดั่งคำอธิษฐาน จึงทำให้หลายท่านต้องกลับมาสักการะท่านอีกหลายครั้ง

13.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูรับประทาน เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร

 

นำท่านช้อปปิ้งตลาด “สก๊อตมาร์เก็ต” (SCOTT MARKET) หรือ ตลาดโบ่ซกอ่องซาน ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ภายในตลาดแห่งนี้มีสินค้าจำพวกงานหัตถกรรมของพม่าให้เลือกซื้อหามากมาย  อาทิเช่น อัญมณี แพรพรรณ งานฝีมือ งานแกะสลักไม้ เครื่องเขิน ตุ๊กตา เครื่องดนตรี โสร่ง ย่าม เครื่องหวาย และภาพนานาชนิด
จากนั้นเชิญท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่าอายุกว่า 2,500 ปี กล่าวกันว่าทองคำที่ใช้หุ้มมหาเจดีย์ชเวดากองนี่ยังมีมากกว่าในห้องนิรภัยของธนาคารประเทศอังกฤษเสียอีก ใครก็ตามที่ได้พบเห็นก็ต้องรู้ว่าพม่านั้นมีความมั่งคั่งซ่อนเร้นอยู่มากมายมหาศาลมหาเจดีย์ชเวดากองมีความสูง 100 เมตร ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าและเครื่องบริขารของอดีตพระพุทธเจ้าอีกสามพระองค์เอาไว้ ส่วนด้านนอกมีการใช้แผ่นทองหุ้มเอาไว้มากถึง 8,688 แผ่น ส่วนยอดประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม ไพลิน และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยุ่ตรงกึ่งกลาง ทั้งหมดนี้อยู่บนยอดฉัตรสูง 10 เมตร ที่มีไม้หุ้มทองเจ็ดท่อนรองรับ มีระฆังใบเล็กๆประดับอยู่ 1,485 ใบ เป็นระฆังทอง 1,065 ใบ  ระฆังเงิน 420 ใบ รอบองค์เจดีย์ชเวดากองมีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ มีพระประจำวันเกิดให้ท่านได้สรงน้ำขอพร และขอพรจากองค์เจดีย์ ณ ลานอธิษฐานอดีตเคยเป็นลานอธิษฐานของพระเจ้าบุเรงนองก่อนออกรบ ซึ่งท่านสามารถถ่ายภาพตรงมุมนี้จะได้ภาพสวยที่สุด

19.00 น.

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารการะเวกก์
พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ของพม่า อันงดงาม อ่อนช้อย บนทะเลสาบหลวงภัตตาคารแห่งนี้สร้างตามต้นแบบเรือกัญญาของราชวงศ์พม่าหัวเรือเป็นรูปนกการะเวกก์สัตว์ในเทพนิยายอินเดีย หลังคาทำเป็นทรงปราสาทซ้อนสูง ภายในตกแต่งด้วยงานลงรักปิดทองประดับกระจกสี หินอ่อน และงานฝังมุก  ประดับไฟอย่างงดงาม ท่านสามารถเห็นทิวทัศน์ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามอย่างน่าประทับใจ
นำท่านสู่พักที่ โรงแรม  Myanmar Life Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่สอง        ย่างกุ้ง ทะเลเจดีย์พุกาม – เจดีย์ชเวสิกอง – วัดอนันดา – วัดสัพพัญญู - วัดมนูหะ - วัดนันพญา - มหาเจดีย์ธรรมยังยี
                      เจดีย์ชเวซันดอ – เจดีย์บูพยา - ล่องเรือชมพระอาทิตย์อัสดง                                                                              B/L/D

04.00 น.

รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินย่างกุ้ง

06.15 น.

ทุกท่านเดินทางสู่ เมืองพุกาม (BAGAN) โดยสายการบินแอร์บากันเที่ยวบินที่ W9009  

 

เดินทางถึง เมืองพุกาม (BAGAN)  ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเขตที่ราบบะกัน  ในปัจจุบันคือเมือง หย่าวน์อู่  เมื่อสมัยกุบไลข่านยกทับมาเหยียบเมืองบะกันในปี 1287 นั้น ได้มีการสร้างวัดวาอารามและสถูปเจดีย์ขึ้นบนที่ราบอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้กว่า 13,000 แห่ง แต่หลังจากที่ผ่านไป 700 ปี กลับมีศาสนสถานหลงเหลืออยู่ ราว 2,000 แห่งเท่านั้น นอกนั้นก็ยังคงหลงเหลือแค่ซากกองหินอิฐที่ปรักหักพังบ้าง ถูกแม่น้ำเอยาวดีพัดหายไปบ้างชม เจดีย์ชเวสิกอง (SHWEZIGON)  1 ใน 5 มหาเจดียสถานศักดิ์สิทธิ์ของพม่า องค์เจดีย์สีทองอร่ามทรงระฆังคว่ำ  สูง 160 เมตร  เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้ว เจดีย์รูปแบบศิลปะพม่าแท้ แห่งนี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์อโนรธา  (King Anawrahta) ด้วยทรงเชื่อว่าตนเองเป็น “พระมหาจักรพรรดิราช ” จึงพยายามรวบรวมพระสารีริกธาตุมาไว้ด้วยกัน จากนั้นทรงปล่อยช้างเผือกที่อัญเชิญมาจากลังกาออกไปเพื่อเสี่ยงทายพญาช้างเผือกพำนักที่ตรงไหนก็สร้างเจดีย์ชเวสิกองที่นั้น แต่สร้างฐานไปได้แค่สามชั้น พระเจ้าอโนรธาก็สิ้นพระชนม์ลงเสียก่อน  พระเจ้าจันสิตธาจึงสร้างต่อจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี 1089จากนั้น นำท่านชม วัดอนันดา (อนันดากู่พยา) สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 โครงสร้างของวัดมีระเบียงทางเดินที่ไม่ซับซ้อน มีซุ้มประตูใหญ่สี่ซุ้มขนาดเท่ากันทุกด้าน เปิดจากแนวกึ่งกลางกำแพงไปสู่ห้องคูหากลางวิหาร ด้านบนก่อเป็นแกนทึบสี่เหลี่ยมขึ้นไปรับกับส่วนยอด โครงสร้างวิหารมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ในซุ้มพระมีพระพุทธรูปยืน สูง 9.5 เมตรประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ซุ้มแทนองค์พระอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง จากนั้นนำท่านชม
 วัดสัพพัญญู (ตัดปยิ่นยูพยา) จัดเป็นวัดที่สูงที่สุดในบะกัน สูงถึง 61 เมตร และถือเป็นแม่แบบของสถาปัตยกรรมบะหม่าจากนั้นนำท่านชม วัดมนูหะ สร้างขึ้นโดยกษัตริย์มหูหากษัตริย์มหูหาทรงมีพระประสงค์ที่จะสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติภพหน้าจึงนำเอาอัญมณีบางส่วนไปขายเอาเงินมาสร้างวัดแห่งนี้ โดยสร้างพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่ 3 องค์ และพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่อีก 1 องค์ ในศาลาสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก สะท้อนออกถึงความคับแค้นใจที่ถูกจับมาขังเป็นเชลยได้อย่างดี จากนั้นชม วัดนันพญา เดิมเป็นที่ใช้คุมขังพระเจ้ามหูหะ กษัตริย์มอญที่รบแพ้ พระเจ้าอะนอรธา กษัตริย์พม่า เลยถูกจับมาเป็นเฉลยศึกที่นี่ วัดนี้มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสพร้อมระเบียงยาว ภายในมีศิลปะนูนต่ำเรื่องทศชาติที่งดงาม สะท้อนอิทธิพลพราหมณ์ที่ปะปนกับพุทธศาสนาเถรวาทแบบมอญเอาไว้อย่างลงตัว

12.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

หลังอาหารนำท่านชม มหาเจดีย์ดัมมะหยั่นจี  หรือ "แสงสว่างแห่งธรรม” สร้างในรัชสมัยของพระเจ้านะระตู่ ถึงแม้รัชสมัยจะสั่นยิ่ง แต่พระองค์ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่สร้างวัดที่ใหญ่ที่สุดในบะกัน (พุกาม) ด้วยพระองค์ ทรงวิตกว่า ผลกรรมจากการกระทำในชาตินี้ จะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า พระองค์จึงสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อล้างบาป   เล่าขานกันว่า พระเจ้านะระตู่ ทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยพระองค์เองช่างจะต้องวางเรียงศิลาไม่ให้มีช่องแม้แต่แม้เข็มเพียง 1 เล่ม หากสอดผ่านรอยต่อไปได้ช่างก่อสร้างจะต้องถูกสั่งประหารทันที แต่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ลงเสียก่อนนำท่านชม เจดีย์ชเวซันดอ หนึ่งในพระพุทธสถานสามแห่งที่ พระเจ้าอโนรธาทรงสร้างไว้ในบะกันสร้างขึ้นในปี 1057 และมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มหาเป่งนะกู่พยา (วัดพระพิฆเนศ) เพราะแต่เดิมเคยมีเทวรูปพระพิฆเนศประดิษฐานอยู่ตามมุมฐานทักษิณทั้ง 5 ชั้น  ให้ท่านได้ความงดงามของ ทะเลเจดีย์ และถือเป็นที่ๆเหมาะที่สุดกับการเก็บภาพความประทับใจได้เกือบทั่วเมืองพุกามเลยทีเดียว  จากนั้นให้ท่าน นั่งรถม้า ชมความงามของเมืองทะเลเจดีย์ ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของความศรัทธาในพุทธสถานที่คนบะกัน ได้ใช้สัญลักษณ์การสร้างเจดีย์ทั้งเมืองเป็นพันๆ แห่ง เพื่อแสดงถึงความเชื่อและแรงศรัทธาที่งดงาม (รถม้า1 คัน สามารถนั่งได้ 4 ท่าน ) จากนั้นนำท่านสู่ เจดีย์บูพยา เพื่อ ล่องเรือชมพระอาทิตย์อัสดง ตามเส้นทางลุ่มแม่น้ำอิรวดี ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวอิรวดี บรรยากาศยามเย็นที่นี่ช่างงดงามเหลือเกิน ท่านจะได้พบเห็น ชาวอิรวดี ที่ใช้ชีวิตพึ่งพาแม่น้ำสายนี้เพื่อความอยู่รอด ตลอดชายฝั่ง จะมีชาวอิรวดี อาบน้ำ ซักผ้า และภาพบรรยากาศเด็กๆเล่นน้ำอย่างสนุกสนานและชีวิตที่สิ้นไร้ซึ่งแสงสี อย่างสิ้นเชิง ของพวกเขาช่างมีความสุขกันเหลือเกิน

19.00 น.

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  ( อาหารพื้นเมือง+โชว์หุ่นกระบอก)
เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก  Thazin / Great Wall Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่สาม            พุกาม มัณฑะเลย์ อมรปุระพระมหามุนี พระราชวังมัณฑะเลย์ Mandalay Hill                                            B/L/D

05.30 น.

รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารออกเดินทางสู่สนามบินพุกาม

07.50 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองมัณฑะเลย์  โดยสายการบิน แอร์บากัน   เที่ยวบินที่ W9009 

 

ถึง เมืองมันฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าบนมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนวลำน้ำเอยาวดีตอนบนมีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน อากาศร้อน (ยกเว้น ช่วงฤดูหนาว ธันวา –กุมภา) ปัจจุบันมัณฑะเลย์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีนาฎศิลป์และคีตศิลป์ดีที่สุดในพม่า  นำท่านเดินทางสู่  เมืองอมรปุระ  อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างเมืองอมรปุระขึ้นในปี 1782 ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์  ซึ่งเป็นราชธานีที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 76 ปี  โดยย้ายจากเมืองอินน์วะ ตามคำแนะนำของเหล่าปุโรหิตโหราจารย์ ที่หวั่นวิตกกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงขึ้นครองราชย์การชิงอำนาจในช่วงนั้น เริ่มจากการสังหารหมู่การใช้ไฟกวาดล้างโจมตีหมู่บ้านป่างคะในละแวกเมืองสกายน์ คนในหมู่บ้านถูกไฟครอกตายอย่างน่าสยดสยอง เหล่าพราหมณ์จึงเห็นพ้องว่า ควรย้ายราชธานีไปอยู่ที่อมรปุระให้เป็นราชธานีแห่งใหม่แทน จึงมีการบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงใหม่กับประชากรกว่า 200,000 คนเอาไว้นำท่านร่วมทำบุญถวายปัจจัย  ณ วัดมหากันดายงค์ (Maha Gandayon Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูป เดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวม เพื่อรับถวายภัตตาหารเพล   จากนั้นนำท่านสู่ ทะเลสาบต่าวตะหมั่น ระดับน้ำในทะเลสาบจะมีน้ำขึ้นเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาล ช่วงฤดูหนาว น้ำจะแห้งกลายเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเพาะปลูก ในช่วงนั้น ชาวบ้านจึง มีการทำการเพาะปลูก หลายชนิด เช่น ข้าวโพด ข้าว แม้แต่ดอก ทานตะวันก็ดูสวยงามในฤดูหนาว เหนือท้องน้ำมีสะพานไม้ ทอดข้ามทะเลสาบ  1.2 กิโลเมตร เรียกว่า  สะพานไม้อู่เป่ง (U-BEN)  สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก  สร้างขึ้นหลังจากที่ย้ายราชธานีมาอยู่ที่อมรปุระ เป็นสะพานไม้สักที่นำมาจากเมืองอินน์วะ โดยเสนาบดีของพระเจ้าโบ่ต่อพญา ชื่อว่า เสาอู  จึงเรียกชื่อสะพานไม้นี้ตามชื่อ คือ อู่เป่ง  เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี 

12.00 น.

รับประทานอาหารกลาวงวัน  ณ ภัตตาคาร 

 

นำท่านเดินทางสู่  วัดพระมหามุนี ( มหามุนิพยา )  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 แห่งของพม่า แปลว่า วัดปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่  บางครั้งเรียกกันว่า วัดยะไข่บ้าง วัดพยาจีบ้าง สร้างขึ้นรัชสมัยพระเข้าโบ่ต่อพญา  แต่ร้อยปีให้หลังได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ต้องทำซ้ำขึ้นมาใหม่  ครั้งหนึ่งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จมาแสดงธรรมโปรดชาวเมืองธรรมวดี   ท้าวสักกะได้เสด็จเนรมิตพระพุทธรูปขึ้นองค์นึงงามดุจมีชีวิตทำให้พรพุทธองค์ทรงพอพระทัยมาก ตรัสว่า “คถาคตจะเข้าสู่นิพพานเมื่ออายุได้ 80 ปี  แต่พระพุทธรูปและพระธรรมคำสอนของคถาคตจะดำรงสืบต่อไปอีก 5,000 ปี เท่ากับอายุที่คถาคตกำหนด ไว้สำหรับศาสนานี้” ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระพุทธรูปพระมหามุนี ขึ้นประดิษฐานเหนือรัตนบัลลังก์บนยอดเขาสิริคุตตะ  และเชื่อกันว่าพระพุทธรูปนี้เป็นหนึ่งในบรรดาพระพุทธรูปเหมือนที่สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธองค์ยังมีพระชนม์ชีพ  และมีเพียง 5 องค์ เท่านั้น อีก 2 องค์ประดิษฐานอยู่ที่อินเดีย อีกสององค์ที่เหลือประดิษฐานอยุ่บนสวรรค์ชั้นฟ้า  พระมหามุนี ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำทรงเครื่องกษัตริย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ รอยอดีตสุดท้ายก่อนพม่าเสียเมือง หรือที่เรียกว่า พระราชวังหลวงในรัชสมัยพระเจ้ามินดง  ถูกสร้างขึ้นตามแบบผังภูมิจักรวาลแบบพราหมณ์ปนพุทธ  โดยสมมุติให้เป็นศูนย์กลางของโลก (เขาพระสุเมร) แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ทิศ แต่ละทิศมีทางเข้า  3 ประตู รวมทั้งสิ้น 12 ประตู  ที่ประตูทำสัญลักษณ์จักรราศรีประดับเอาไว้ ใจกลางพระราชวังเป็นห้องพระมหาปราสาท (ห้องสีหาสนบัลลังก์) เหนือห้องทำเป็นยอดปราสาท หุ้มด้วยแผ่นทองซ้อนกันเจ็ดชั้น สูง 78 เมตร เชื่อกันว่าจะเป็นในจักรวาลจะลอดผ่านตรงลงมาสู่พระแท่นราชบัลลังก์ ช่วยให้กษัตริย์ตัดสินพระทัยในเรื่องต่างๆได้อย่างถูกต้อง  นำท่านสู่ วัดกุโสดอร์  ใจกลางวัดเป็นเจดีย์มหาล่อกะมาระเส่ง (มหาโลกมารซิน) สูง 30 เมตร   ซึ่งจำลองแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 และ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจารึกลงบนหินอ่อน 729 แผ่นเป็นภาษาบาลี ทั้งหมด จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ และต้องใช้พระสงค์ถึง 2400 รูปในการคัดลอกและใช้เวลานานถึงหกเดือน กว่าจะแล้วเสร็จ พระไตรปิฎกที่ชำระขึ้นในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็น “พระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก”  และชม วิหารชเวนันดอร์  เคยตั้งอยู่ในพระราชวังหลวง เป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง เพียงหลังเดียวที่เหลือรอดมาได้ จนสิ้นพระชนม์ที่วิหารแห่งนี้  พระเจ้าตี่ปอก็โปรดฯ ให้ย้ายมาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน  จากนั้นนำท่านทางสู่ MANDALAY HILL เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง อยู่บนเขาสูง 240 เมตร ในอดีตนั้นทหารอังกฤษกับอินเดียจำนวนมากมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี้ เมื่อครั้งที่เข้าตีค่ายทหารญี่ปุ่นในปี 1945 และทางทิศใต้มีบันไดทางขึ้นใหญ่สองสาย ขั้นบันไดทางขึ้นมีอยู่ประมาณ 1,729 ขั้น แต่ก็ขึ้นไม่ลำบากเพราะมีหลังคาคลุมกันแดดกันฝนตลอดทางเดินขึ้น มีร้านค้าขายของที่ฝากของที่ระลึกตลอดสองข้างทางเดิน (สำหรับท่านที่ไม่สามารถเดินขึ้นเขาได้นั้น จะมีลิฟไว้คอยบริการ) หลังจากขึ้นเขามาได้ครึ่งทางจะพบวิหารใหญ่หลังแรก ภายในมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่สามองค์ จากนั่นเดินขึ้นบันไดต่อไปอีกก็จะถึงจุดชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์ ณ จุดตรงนี้ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ร่วมเชิญท่านบันทึกภาพอันน่าประทับใจไว้เป็นที่ระลึก

19.00 น.

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Queen MDL Hotel  หรือเทียบเท่า
 

วันที่สี่                มัณฑเลย์-เฮโฮ-ทะเลสาบอินเล- ตลาดเหยาม่า-วัดพองดออู-วัดพระบัวเข็ม-วัดแมวกระโดด                        B/L/D   

04.00  น.

นำท่านสู่ เจดีย์มหามุนี (Mahamuni Pagoda)  เพื่อเข้าร่วม พิธีล้างหน้าพระมหามุนี  ซึ่งที่นี่จะทำการเป็นประจำทุกวัน เป็นพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์มากหากท่านใดที่ได้เข้าร่วมในพิธีจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแรงศรัทธาที่ชาวมัณฑะเลย์ได้ปฏิบัติทุกวัน มีบรรเลงดนตรีขณะทำพีธีล้างหน้าพระมหามุนี  (แนะนำไม่ควรพลาด

 

หลังเสร็จจากพิธีนำท่านกลับสู่โรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.

นำท่านเดินทางสูสนามบินเมือง มัณฑะเลย์

08.50 น.

ออกเดินทางจากมัณฑเลย์ สู่เมืองเฮโฮ โดยสายการบิน แอร์ บากัน เที่ยวบินที่ W9011 

 

เดินทางถึงสนามบินเมืองเฮโฮ ประตูสู่รัฐฉานนำท่านเดินทางโดยรถโค๊ชปรับอากาศสู่ ทะเลสาบอินเล ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร (1 ชั่วโมง) หลังจากนั้นนำท่านลงเรือสู่ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของพม่า ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 158 ตารางกิโลเมตร และประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาปแห่งนี้คือ ชาวอินตา หรือแปลว่า ลูกทะเลสาป ซึ่งมีมากกว่า 70,000 คน มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ตาแวและตะนิ่นตายี แต่สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างพม่ากับไทยในช่วงศตวรรษที่ 18 ทำให้พวกเขาต้องย้ายถิ่นฐานหนีมาตั้งรกรากอยู่ที่ทะเลสาบอินเลแทนจนถึงปัจจุบัน และระหว่างนั่งเรือเพื่อเข้าโรงแรมที่พักท่านจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านการสร้างบ้านบนทะเลสาบ  นำท่านชม แปลงผักลอยน้ำ  ซึ่งชาวอินตาส่วนใหญ่จะทำสวนลอยน้ำด้วยการเก็บเอาต้นอ้อแห้งๆมาถักรวมกันกับหญ้าให้เป็นแนวยาว จากนั้นใช้ลำไม้ไผ่ตรึงไว้กับก้นทะเลสาป จากนั้นเอาโคลนจากก้นทะเลสาบขึ้นมากลบทับผักที่ชาวอินตานิยมปลูกคือ มะเขือเทศ แตงกวา กะหล่ำ ถั่ว และมะเขือยาว ฯลฯ  เพราะจะเติบโตดีในที่ชุ่มชื้น ท่านจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวประมงที่ พายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินยา  หากวันที่เดินทาง เราโชคดี เจอ ตลาดนัด 5 วัน (ตลาดเหยาม่า) ซึ่งเป็นตลาดนัดที่หมุนเวียนกันไปโดยไม่ซ้ำกัน เราจะนำท่านชม วิธีชีวิต อีกรูปแบบนึงของชาวอินเล ท่านสามารถเลือกซื้อของที่ ระลึกได้ที่นี่

12.00 น.

รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหาร

 

นำท่านเที่ยวชม วัดพองดออู  สร้างในศตวรรษที่ 12 อดีต พระพุทธรูป 5 องค์นี้ (พระบัวเข็ม) ชาวบ้านจะอัญเชิญขึ้นเรือแล้วแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆรอบทะเลสาบ ( ซึ่งจะแห่หลังจากเทศกาลออกพรรษา 15 วัน ) มีขนาด 5 ซ.ม. แต่ปัจจุบันชาวบ้านเอาทองมาปิดพระจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปมีขนาดสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ถือเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ทะเลสาบอินเล มีตำนานเล่ากันว่า แต่เดิมนั้น ชาวบ้านได้อันเชิญพระพุทธรูปออกมาแห่ทั้ง 5 องค์ แต่ในปี 1965 เกิดพายุใหญ่ ทำให้เรือพลิกคว่ำ  จนจมลงก้นทะเลสาปไป ชาวบ้านจึงช่วยกันงมหาพระพุทธรูปขึ้นมา แต่ก็พบเพียง 4 องค์เท่านั้น แต่เมื่อนำพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์กลับมายังวัด และพบว่าพระพุทธรูปองค์ที่องค์ที่ 5 ซึ่งงมหาไม่เจอนั้น ตั้งรออยู่ในสภาพที่ยังมีเศษวัชพืชติดอยู่เต็มองค์เป็นที่น่าอัศจรรย์ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจึงไม่มีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ออกไปแห่ที่ไหนอีกเลย ส่วนตำแหน่งที่เรือพลิกคว่ำ ปัจจุบันได้สร้างเสาปักเอาไว้เป็นเครื่องหมายหัวเสาทำเป็นรูปหงษ์ไว้อยู่ จากนั้นให้ท่าน นมัสการพระบัวเข็ม เพื่อเป็นสิริมงคล  หลังจากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านน้ำปั่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ผลิตบุหรี่ ท่านจะเห็นวิธีการผลิตอย่างปราณีตและบุหรี่ที่นี้มีกลิ่มหอม   และนำท่านชม หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใยบัวมาทอเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ ท่านจะได้เห็นถึงขั้นตอนที่สำคัญ ๆ ตั้งแต่การเก็บใยบัว วิธีการทอผ้า จนถึงวิธีการเก็บใยบัว  จากนั้นชม โรงงานตีเหล็ก ,เครื่องเงินคุณภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว งาน ฝีมือทุกชิ้นที่นี่ล้วนแล้วแต่มาจากคนในครอบครัว ชม วัดแมวกระโดด มีอายุ 200 กว่าปี  ที่นี้จะมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ และจุดเด่นของที่นี้คือ เสาแต่ละต้นที่ใช้สร้างวัดแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนกับบรรยากาศของทะเลสาบอินเล

19.00 น.

รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร หลังอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  HUPIN HOTEL(City)  หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า            เฮโฮ  ย่างกุ้ง วัดหินอ่อน ปางช้างเผือก  กรุงเทพ ฯ                                                                                        B/L/-

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.

เดินทางสู่ สนามบินเมืองเฮโฮ 

09.40 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบิน แอร์ บากัน  เที่ยวบินที่  W9011  

10.35 น.

ถึงสนามบินเมืองย่างกุ้ง นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองย่างกุ้ง

12.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า จากนั้นนำชม ปางช้างเผือก ที่เป็นช้าง คู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวจำนวน 3 เชือก ต้องตามคชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ  

16.00 น.

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินย่างกุ้ง

18.45 น.

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Bangkok Airways  เที่ยวบินที่ PG 704

20.40 น.

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

 

 

 

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

เวียดนามเหนือ ฮานอย ฮาลอง ซาปา 5 วัน 4 คืน โดยสายการบิน การ์ต้าร์แอร์เวย์
ราคา : 21,900.00 บาท
ราคาพิเศษ : 18,900.00 บาท
ทัวร์ลาวเหนือ หลวงพระบาง
ราคา : 25,900.00 บาท
ราคาพิเศษ : 22,900.00 บาท
นครวัด นครธม ปราสาทตาพรหม บันทายสรี พนมกุเลน โตนเลสาบ
ราคา : 10,500.00 บาท
ราคาพิเศษ : 7,500.00 บาท
เอ็กซ์ตรีม พม่า ย่างกุ้ง พุกาม มัณฑาเลย์ 4 วัน 3 คืน
ราคา : 37,900.00 บาท
ราคาพิเศษ : 33,900.00 บาท


สนใจ / สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล *
หมายเลขโทรศัพท์ *
Email *
ข้อความ *

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Engine by MAKEWEBEASY